คำซ้ำ

          คำซ้ำ คือ การนำคำประเภทเดียวกัน ชนิดเดียวกันมาซ้ำ ๆ กัน มักจะมีไม้ยมก (ๆ) เป็นเครื่องสังเกต เช่น แดง ๆ ดำ ๆ ดี ๆ คำซ้ำมีหลายประเภท คือ

  •  ความหมายแสดงพหูพจน์ เช่น

เด็กๆ กำลังเล่นฟุตบอล
พี่ๆ ให้ของขวัญแก่น้อง

  • ความหมายแสดงการแยกเป็นส่วนๆ มักเป็นลักษณนาม เช่น

คุณแม่หั่นหมูเป็นชิ้นๆ
วิชุดาล้างจานให้สะอาดเป็นใบๆ สิ

  • ความหมายเน้นหรือเพิ่มน้ำหนักความหมายให้ชัดเจนขึ้น อาจเปลี่ยนเสียงส่วนหน้าเป็นเสียงวรรณยุกต์ตรีเพื่อเน้นความหมายให้เด่นชัด หรือมีน้ำหนักมากยิ่งขึ้น

เดินดีๆ ระวังรถด้วยนะ
สุชาติลาพักร้อน 1 สัปดาห์เต็มๆ
นางแบบคนนี้หุ่นดี๊ดี
ฉันเกลี๊ยดเกลียดคนโกหก

  • ความหมายเบาลงหรือลดน้ำหนักความหมายลง เช่น

เขายังเคืองๆ เธออยู่นะ
ฝีมือวาดรูปของเขาคล้ายๆ พ่อ
เราสองคนกำลังคบๆ กันอยู่

  • ความหมายไม่เจาะจงหรือไม่กำหนดแน่นอน

อะไรๆ ฉันก็กินได้
บ้านฉันอยู่แถวๆ เอกมัย
ผ้าดีๆ อย่างนี้หาซื้อยากนะ

  • ความหมายเปลี่ยนไปเป็นสำนวนที่มีความหมายเฉพาะ เช่น

ปุรยวีร์ล้างผักแบบลวกๆ (หยาบ, ไม่สะอาด)
ไปๆ มาๆ เขาก็ต้องไปเป็นเพื่อนเธอ (ในที่สุด)

  • การซ้ำคำจะซ้ำเป็นคู่ ๆ เช่น 2-4-6-8 คำจะไม่ซ้ำเป็นเลขคี่ เพราะการซ้ำ หมายถึง การกระทำกริยาต่อเนื่องกันไป เช่น เดินเร็ว ๆ เข้า
  • คำซ้ำ เป็นคำที่เกิดจากการสร้างคำขึ้นใหม่ โดยนำคำมูลซึ่งส่วนมากเป็นคำพยางค์เดียวมาซ้ำกัน มีความหมายเปลี่ยนแปลงไป อาจเน้นหนักขึ้น เบาลงหรือไม่ก็เปลี่ยนเป็นอย่างอื่น ในการเขียนใช้ไม้ยมกแทนคำหลัง คำส่วนมากใช้เป็นคำซ้ำได้ มีเฉพาะบางคำที่เป็นคำซ้ำไม่ได้ บางคำต้องเป็นคำซ้ำเท่านั้น คำที่เป็นคำซ้ำไม่ได้

กริยาช่วย เช่น จะ คง ได้ อาจ
บุพบท เช่น ของ แห่ง ด้วย กับ
สันธาน เช่น เมื่อ หลังจาก ตั้งแต่ และ แต่ หรือ จึง

  • คำที่ต้องเป็นคำซ้ำ ส่วนมากเป็นคำวิเศษณ์ เช่น หยิมๆ หลัดๆ ดิกๆ ยองๆ

– นำคำซ้อนมาแยกเป็นคำซ้ำ เช่น เจ็บไข้ เป็น เจ็บๆ ไข้ๆ เลียบเคียง เป็น เลียบๆ เคียงๆ อิดเอื้อน เป็น อิดๆ เอื้อนๆ
– นำคำซ้ำมาประกอบเป็นคำซ้อน เช่น เปรี้ยวๆ เค็มๆ นั่งๆ นอนๆ เราๆ ท่านๆ
– คำซ้ำมีความหมายผิดไปจากคำมูลเดิม แต่ยังคงมีเค้าของความหมายเดิม
– บอกพหูพจน์ คำเดิมอาจเป็นเอกพจน์หรือพหูพจน์ก็ได้ เมื่อเป็นคำซ้ำกลายเป็นพหูพจน์อย่างเดียว เช่น เด็กๆ เล่นฟุตบอล หนุ่มๆ มากับสาวๆ
– บอกความไม่เจาะจง การจำแนกเป็นพวก และความเป็นพหูพจน์ เช่นเชิญผู้ใหญ่ๆ ไปทางโน้น เด็กๆ มาทางนี้

  • คำซ้ำบอกความหมายใหม่ ไม่เนื่องกับความหมายของคำมูลเดิมเช่น พื้นๆ (ธรรมดา) กล้วยๆ (ง่าย) น้องๆ (เกือบ, ใกล้, คล้าย) อยู่ๆ ( เกิดขึ้นโดยไม่รู้ตัว ) งูๆปลาๆ
  • คำที่ออกเสียงซ้ำกัน ไม่ใช่คำซ้ำเสมอไป คำซ้ำจะต้องเป็นคำมูลที่ออกเสียงซ้ำกันแล้วเกิดคำใหม่ขึ้นและมีความหมาย เปลี่ยนไป คำซ้ำใช้ไม้ยมกแทนคำมูลหลังคำที่ออกเสียงซ้ำกันในบางกรณีเป็นคนละคำและอยู่ ต่างประโยคกัน ไม่จัดเป็นคำซ้ำและใช้ไม้ยมกแทนคำหลังไม่ได้ เช่น เขาทำงานเป็นเป็นเพราะเธอสอนให้ เขาจะไปหาที่ที่สงบอ่านหนังสือ

ข้อสังเกตของคำซ้ำ
1.คำต่างประเภทกัน ต่างชนิดกันซ้ำกันไม่ได้ เช่น         นายดำดำนา (ดำแรกเป็นนาม ดำหลังเป็นกิริยา คำคนละชนิดกัน ซ้ำกันไม่ได้)    แม่รักลูกลูกก็รู้อยู่ว่ารัก (ลูกคำแรกเป็นกรรม ลูกคำสองเป็นประธาน ซ้ำกันไม่ได้ เพราะทำหน้าที่คนละอย่างกัน)
2.ในกรณีพูดแล้วหยุด มีจังหวะหยุด ถือว่าไม่ได้ทำกิริยาต่อเนื่อง ไม่ใช่คำซ้ำ เช่น ไป ไป๊ ไปให้พ้น (ไม่ใช่คำซ้ำ) เป็นเป็นเป็น ตายเป็นตาย (ถือว่าไม่ใช่คำซ้ำ คำซ้ำต้องเป็นคู่ ๆ)

This entry was posted in คำซ้ำ. Bookmark the permalink.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s